ป้ายกำกับ: แมนเชสเตอร์ ซิตี้

เงื่อนไขของ เมสซี่ กับ บาร์เซโลน่า และสถานการณ์ในปัจจุบัน

เงื่อนไขของ เมสซี่ กับ บาร์เซโลน่า และสถานการณ์ในปัจจุบัน

อนาคตของ ลีโอเนล เมสซี่ กับ บาร์เซโลน่า กลายเป็นประเด็นร้อนไปทั่ววงการฟุตบอลในเวลานี้ เมื่อนักเตะรู้สึกผิดหวังสุดๆ กับผลงานของทีมในฤดูกาล 2019-20 รวมถึงการบริหารของทีมในปัจจุบัน กับสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งในและนอกสนาม ในขณะที่สัญญาของเขาเหลือกับทีมไม่ถึง 12 เดือน และยังไม่มีท่าทีในการต่อสัญญาฉบับใหม่

แน่นอนว่ามันยากที่จะจินตนาการได้สำหรับการย้ายทีมของดาวเตะนอกโลกอย่าง เมสซี่ เมื่ออยู่กับบาร์ซ่ามาตั้งแต่อายุ 15 ปี แต่ด้วยสถานการณ์ในปัจจุบัน ทำให้ไม่มีความแน่นอนจริงๆ กับเรื่องดังกล่าว จึงทำให้มีความเป็นไปได้สำหรับการย้ายทีม

การซื้อเมสซี่จะต้องใช้เงินเท่าไหร่ หากบาร์ซ่าไม่คิดปล่อยนักเตะออกจากทีม ซึ่งก็ไม่มีทางเลือกอื่นสำหรับการฉีกสัญญาของนักเตะ โดยดาวเตะชาวอาร์เจนติน่ามีค่าฉีกสัญญาจำนวน 700 ล้านยูโร หรือ 630 ล้านปอนด์ด้วยกัน หลังต่อสัญญากับทีมครั้งล่าสุดในปี 2017 ด้วยสัญญา 4 ปี ซึ่งเดิมทีค่าฉีกสัญญาของนักเตะมีเพียง 300 ล้านยูโรเท่านั้น แต่เพราะถูกปารีส แซงต์ แชร์กแมง ฉีกสัญญาเนย์มาร์ด้วยเงินจำนวน 222 ล้านยูโร ทำให้ทีมจากแคว้นคาตาลันต้องปรับปรุงสัญญา

หากมองไปยังจำนวนเงินมหาศาลที่จะต้องใช้ในการเซ็นสัญญาเมสซี่ไปร่วมทีม กับเงินจำนวน 700 ล้านยูโร และยังไม่รวมค่าเหนื่อยของนักเตะ รวมถึงโบนัสต่างๆ ทำให้เป็นเรื่องยากมากๆ ที่จะมีการย้ายทีมเกิดขึ้น แม้เปแอสเช และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะมีมหาเศรษฐีเป็นเจ้าของสโมสรก็ตาม ซึ่งเป็นสองทีมที่มีความสนใจในตัวนักเตะ

กับสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ในปัจจุบัน ยิ่งตอกย้ำในเรื่องการเซ็นสัญญานักเตะไปร่วมทีมเข้าไปอีก เมื่อทุกทีมยังไม่มีรายรับจากเกมการแข่งขัน สำหรับการขายตั๋วให้กับแฟนบอลเพื่อเข้าชมในสนาม ทำให้เป็นเรื่องยากมากๆ สำหรับการย้ายทีมของเมสซี่ในซัมเมอร์นี้ แต่หากมองไปยังซัมเมอร์หน้า ซึ่งมีโอกาสที่จะสัญญาของนักเตะจะหมดลง เมื่อนักเตะเจ้าของบัลลง ดอร์ 6 สมัย ปฏิเสธที่จะต่อสัญญาฉบับใหม่ อาจจะทำให้มีความเป็นไปได้สูงสำหรับการย้ายทีม

แมนฯ ซิตี้, เปแอสเช, อินเตอร์ มิลาน, ยูเวนตุส และเรอัล มาดริด เป็นข่าวเชื่อมโยงกับเมสซี่ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งความเป็นไปได้ของทีมที่จะคว้าตัวเมสซี่ไปร่วมทีมได้สำเร็จ น่าจะเป็นทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า เมื่อเคยร่วมงานกับนักเตะ และประสบความสำเร็จไปได้มากมาย และทีมก็ไม่มีปัญหาทางด้านการเงิน ในขณะที่เปแอสเช อาจจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ และนับเป็นเรื่องยากสำหรับเรื่องการเงินของทีมที่เหลือ

ไม่ใช่แค่ ลิเวอร์พูล ที่แพ้ทันที หลังจากคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้

ไม่ใช่แค่ ลิเวอร์พูล ที่แพ้ทันที หลังจากคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้

กับความพ่ายแพ้ของ ลิเวอร์พูล แชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2019-20 ต่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ว่าที่รองแชมป์ด้วยสกอร์ถล่มทลาย 4-0 ที่สนามเอติฮัด สเตเดี้ยม ไม่ใช่สิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้น ทั้งที่ทีมทำผลงานก่อนหน้านี้ออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม โดยบทความนี้จะยกตัวอย่าง 5 เกม ของความพ่ายแพ้ของทีมแชมป์

  1. ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส 3-1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด วันที่ 19 พฤษภาคม 2001

แมนฯ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ 3 สมัยติดต่อกัน ก่อนที่จะต้องลงเล่นเกมสุดท้ายของฤดูกาล โดยเป็นวิลเลม คอร์สเตน ทำคนเดียว 2 ประตู และเลส เฟอร์ดินานด์ อีก 1 ประตู ช่วยให้ทีมจากกรุงลอนดอนเก็บ 3 คะแนนไปได้ แต่ผลการแข่งขันในเกมนั้นไม่ได้เป็นที่สนใจมากนัก เมื่อเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือของทีมตกเป็นข่าวจะวางมือในการคุมทีม และเกิดข่าวลือไปต่างๆ มากมาย แม้ว่าสุดท้ายจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไร

11 ตัวจริงในเกมนี้ของแมนฯ ยูไนเต็ด : ฟาน เดอร์ ฮาว, ซิลแวสต์ส, ยอห์นเซ่น, เมย์, เออร์วิน, เนวิลล์, บัตต์, กิ๊กส์, สโคลส์, โคล, เชอรืริงแฮม

  1. เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน 3-0 เชลซี วันที่ 18 พฤษภาคม 2015

โชเซ่ มูรินโญ่พาเชลซีคว้าแชมป์ในการกลับมาคุมทีมครั้งที่สอง หลังเก็บไปได้ 87 คะแนน ทั้งที่ก่อนหน้านั้นทีมแพ้เพียง 2 เกมเท่านั้นในพรีเมียร์ลีก โดยยังมีเอแด็น อาซาร์, เชส ฟาเบรกาส และดีเอโก้ คอสต้า ที่ทำผลงานออกมาได้อย่างโดดเด่น

11 ตัวจริงในเกมนี้ของเชลซี : กูร์กตัวส์, ฟิลิเป้ หลุยส์, เคฮิลล์, เทอร์รี่, อิวาโนวิช, ฟาเบรกาส, อาซาร์, ลอฟตัส-ชีค, มาติช, คอสต้า, เรมี่

  1. มิดเดิ้ลสโบรห์ 4-1 ลีดส์ ยูไนเต็ด วันที่ 22 สิงหาคม 1992

ลีดส์ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ลีกสูงสุดของเกาะอังกฤษได้ในฤดูกาล 1991-92 ก่อนที่จะเปลี่ยนไปเป็นพรีเมียร์ลีก แต่การลงเล่นเกมที่สามของฤดูกาล เมื่อบุกไปแพ้มิดเดิ้ลสโบรห์ ทีมที่เพิ่งจะเลื่อนชั้นมา และก็เป็นจุดเริ่มต้นถึงผลงานที่ย่ำแย่ของทีม ก่อนที่จะจบในอันดับที่ 17 ของตารางคะแนน ในขณะที่มิดเดิ้ลสโบรห์ จบอันดับที่ 21 และตกชั้น

11 ตัวจริงในเกมนี้ของลีดส์ ยูไนเต็ด : ลูคิช, แฟร์คลัฟ, นิวซัม, ไวท์, โดริโก้, แม็คอัลลิสเตอร์, แบ็ตตี้, คันโตน่า, สปีด, ชาปแมน, วัลเลซ

  1. ลิเวอร์พูล 4-0 อาร์เซน่อล วันที่ 6 พฤษภาคม 1998

อาร์เซน่อลของอาร์แซน เวนเกอร์ คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลดังกล่าว โดยเหลือเกมการแข่งขันอีก 2 เกม ก่อนที่จะเลือกพักนักเตะตัวหลักในเกมที่พบกับลิเวอร์พูล ซึ่งทีมมีคิวเจอกับนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ในเอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศ ก่อนที่จะคว้าดับเบิ้ลแชมป์ในปีดังกล่าวไปได้สำเร็จ

11 ตัวจริงในเกมนี้ของอาร์เซน่อล : แมนนิงเกอร์, ดิ๊กสัน, โบลด์, อัพสัน, กริมานดี้, ฮิวส์, พาร์เลอร์, แพล็ตต์, บัว มอร์ต, ไรท์

  1. แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 4-0 ลิเวอร์พูล วันที่ 2 กรกฎาคม 2020

กับเกมสดๆ ร้อนๆ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เมื่อทีมของเจอร์เก้น คล็อปป์ คว้าแชมป์ได้ก่อนจบฤดูกาล และเหลือถึง 7 เกม แม้ลิเวอร์พูลจะมีโอกาสทำประตูมากมาย แต่นักเตะหลายคนในทีมก็ดูขาดๆ เกินๆ ไปหลายคน กับจังหวะต่างๆ น่าจะทำได้ดีกว่านี้ ก่อนที่จะเป็นเควิน เดอ บรอยน์, ฟิล โฟเด้น และราฮีม สเตอร์ลิ่ง ที่ทำประตูให้กับทีม และเป็นอเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ทำเข้าประตูตัวเองปิดท้าย

11 ตัวจริงในเกมนี้ของลิเวอร์พูล : อลีสซอน, โกเมซ, ฟาน ไดค์, โรเบิร์ตสัน, อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, เฮนเดอร์สัน, ฟาบินโญ่, ไวจ์นัลดุม, มาเน่, ซาล่าห์, ฟีร์มิโน่

ล้มแผน !! บาเยิร์น เลิกสน ซาเน่

ล้มแผน !! บาเยิร์น เลิกสน ซาเน่

“เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค ล้มแผนที่จะคว้าตัว ลีรอย ซาเน่ กองกลางตัวเก่งทีมชาติเยอรมันของ แมนเขสเตอร์ ซิตี้ แชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลล่าสุดแล้ว หลังจาก ซาเน่ ประสบปัญหาบาดเจ็บอย่างรุ่นแรงจนต้องพักยาวหลายเดือน

สื่อในเยอรมันได้ออกมารายงานถึงเรื่องนี้ ทางประธานสโมสรบาเยิร์น มิวนิค ได้ออกมากล่าวว่า พวกเขาล้มเลิกความตั้งใจที่จะคว้าตัว กองกลางดาวรุ่งทีมชาติเยอรมันรายนี้ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพราะนักเตะบาดเจ็บมาหลายเดือน แถมยังมาบาดเจ็บอย่างรุ่นแรงอีกครั้ง ทำให้ต้องพักรักษาตัวเป็นเวลานาน หากเสริมทัพเข้ามาไม่น่าจะคุ้มแน่ๆในซีซั่นนี้ แต่ถ้าหากเจ้าตัวหายจากอาการบาดเจ็บและกลับมาโชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมกับตันสังกัดแมนเชสเตอร์ ซิตี้ พวกเราก็พร้อมจะเปิดโต๊ะเตรียมยื่นขอซื้อตัว ซาเน่ อย่างแน่นอน

สำหรับ ลีรอย ซาเน่ โชว์ผลงานในกับแมนเชสเตอร์ ซิตี เมื่อฤดูกาลที่แล้ว และมีส่วนสำคัญในการพาทีมกวาดทุกแชมป์ในอังกฤษมาได้ทั้งหมด แต่เจ้าตัวมารับบาดเจ็บในช่วงท้ายซีซั่นจนต้องพักยาวไม่ต่ำกว่า 8 สัปดาห์ในเวลานี้

บาเยิร์นมิวนิค พร้อมเจรจา แมนเชสเตอร์ซิตี้ หวังคว้าตัว ลีรอย ซาเน่

บาเยิร์นมิวนิค พร้อมเจรจา แมนเชสเตอร์ซิตี้ หวังคว้าตัว ลีรอย ซาเน่

ก็มีข่าวพัวพันออกมาตั้งแต่ช่วงต้น ของการเปิดตลาดซื้อขานนักเตะว่า บาเยิร์นมิวนิค นั้นต้องการจะคว้าตัวลีรอย ซาเน่ จากทัพเรือใบสีฟ้าแมนเชสเตอร์ซิตี้ ซึ่งก่อนหน้านี้มีข่าวระบุออกมาว่า ทางสโมสรต้นสังกัดยังไม่อยากจะขายนักเตะรายนี้ออกจากสโมสร 

อีกทั้งสัญญาก็ยังเหลืออีก 2 ปี แต่ ลีรอ ยซาเน่ เองก็ไม่ปฏิเสธกับการหาความท้าทายใหม่ เพราะเจ้าตัวเคยให้สัมภาษณ์ว่ายังไม่ตัดสินใจ เกี่ยวกับการขยายสัญญากับต้นสังกัดเดิม และก็ไม่ปฏิเสธหากมีข้อเสนอที่น่าสนใจเข้ามา ซึ่งดูเหมือนเจ้าตัวเองก็คงอยากจะกลับไปค้าแข้งในบุนเดสลีกา 

ซึ่งก่อนหน้านั้นเจ้าตัวเคยให้กับชาลเก้ 04 ก่อนที่จะย้ายมาอยู่ในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ กับ ทัพเรือใบสีฟ้าและหากหวนกลับไปครั้งนี้ ก็น่าจะเป็นการร่วมงานกับ บาเยิร์นมิวนิค ซึ่งแหล่งข่าววงในนั้นระบุว่าทางเสือใต้พร้อมเจรจาในราคา 90 ล้านปอนด์ ขึ้นอยู่กับว่าทางสโมสรแมนเชสเตอร์ซิตี้ จะยอมปล่อยตัวนักเตะหรือไม่ และเจ้าตัวยาจะกลับไปค้าแข้งในถิ่นบ้านเกิดหรือเปล่ าเพราะตอนนี้ความคืบหน้ายังไม่ชัดเจนและนักเตะเองก็กำลังออกทัวร์ปรีซีซั่นกับต้นสังกัด

เนวิลล์ ฟันธง หงส์ หรือ เรือใบ จะซิวแชมป์ พรีเมียร์ลีก

เนวิลล์ ฟันธง หงส์ หรือ เรือใบ จะซิวแชมป์ พรีเมียร์ลีก

แกร์รี่ เนวิลล์ ออกโรงฟันธงผลการลุ้นแชมป์ พรีเมียร์ลีก ในซีซั่นนี้ โดยอดีตดาวเตะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กล่าวว่าเขายกให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สามารถป้องกันแชมป์ได้สำเร็จโดยเฉือนคู่แข่งอย่าง ลิเวอร์พูล ไปอย่างหวุดหวิด

หงส์แดง เพิ่งจะทำคะแนนแซง เรือใบสีฟ้า ไปเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมาด้วยการบุกไปเอาชนะ นิวคาสเซิล ไปได้ 3-2 ที่ เซนต์เจมส์ปาร์ค จากการทำประตูของ เวอร์จิล ฟาน ไดค์ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ ดิว็อค โอรีกิ โดยหากทาง ซิตี้ ไม่สามารถเอาชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ ได้ในคืนวันจันทร์นี้จะทำให้ ลิเวอร์พูล สามารถรักษาตำแหน่งจ่าฝูงบนตารางคะแนนไว้ได้ และทั้งคู่จะต้องตัดสินกันในเกมสุดท้ายของซีซั่น

โดยในเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาลนั้น เดอะเร้ดส์ จะเปิดสนาม แอนฟิลด์ ต้อนรับการมาเยือนของ วูล์ฟแฮมตัน ส่วนทางลูกทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา จะออกไปเยือน ไบรท์ตัน ซึ่งทาง แกร์รี เนวิลล์ เชื่อว่าทั้งทีม เรือใบสีฟ้า จะไม่พลาดในเกมเจอ จิ้งจอกสยาม และทั้งสองทีมจะสามารถเก็บชัยชนะได้ในนัดสิุดท้าย ซึ่งหมายความแชมป์ พรีเมียร์ลีก ในซีซั่นนี้คือ แมนฯ ซิตี้

“เมื่อเราได้เห็นการทำผลงานอันยอดเยี่ยมของทั้งสองทีมในช่วงที่ผ่านมา และแต่ละทีมก็จะสามารถเก็บชัยชนะได้จนถึงเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาล ผมไม่อยากเชื่อสายตา และผมก็ยังไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ผมได้เห็นในตอนนี้” เนวิลล์ กล่าวในรายการของ Sky Sports

“ผมคิดว่า ซิตี้ จะสามารถเอาชนะในเกมวันจันทร์ได้ และเก็บ 3 คะแนนกับ ไบรท์ตัน และผมคิดว่า ลิเวอร์พูล จะเอาชนะ วูล์ฟ ได้ที่ แอนฟิลด์ ณ เวลานี้คงไม่เกิดการพลิกล็อกอะไรขึ้นอย่างแน่นอน ลิเวอร์พูล อาจจะหวังให้บางอย่างเกิดขึ้นในคืนวันจันทร์นี้ก็เป็นได้”

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เตรียมดึง มาห์เรซ ลากเลื้อย

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เตรียมดึง มาห์เรซ ลากเลื้อย

ย้อนกลับไปในซีซั่นมหัศจรรย์ของเลสเตอร์ ซิตี้ ปีนี้พวกเค้าได้แชมป์แบบหักปากกาเซียนทุกสำนักทั่วโลก ปีนั้นส่วนของผู้เล่นเองต้องยอมรับเลยว่ามีหลายคนก้าวขึ้นมาเป็นดาวจรัสแสง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เจมี่ วาร์ดี้ และ ริยาร์ด มาห์เรซ สองคนนี้มีข่าวว่าจะย้ายไปอยู่ทีมใหญ่แต่ก็ไม่ได้ไป จนมาถึงตอนนี้หนึ่งในสองคนนั้นมีข่าวหนาหูอีกครั้งหนึ่ง

ข่าวจาก The Sun รายงานว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์พรีเมียร์ลีคประจำซีซั่นล่าสุดนี้ เตรียมยื่นข้อเสนอให้ทาง เลสเตอร์ ซิตี้พิจารณาแล้ว สื่อคาดว่า ซิตี้เตรียมเงินก้อนโตถึง 65 ล้านปอนด์ เพื่อดึงปีกรายนี้มาเสริมทีม แหล่งข่าวแจ้งว่าฝั่งเลสเตอร์ ซิตี้เองพวกเค้าก็ไม่อยากจะเสียนักเตะตัวหลักวัย 27 ปีคนนี้ไป เลสเตอร์ยืนยันว่าพวกเค้าจะยอมเสียนักเตะรายนี้ออกไปหากได้ราคาไม่ต่ำกว่า 85 ล้านปอนด์แถมยังยืนยันด้วยว่าตัวนักเตะเองรู้สึกมีความสุขกับทีมอยู่ไม่อยากย้ายไปไหน อย่างไรก็ตามตอนนี้ มาห์เรซ กำลังเข้าสู่ช่วงเวลาสองปีสุดท้ายของสัญญาแล้ว ซีซั่นนี้ มาห์เรซลงสนามไปทั้งหมด 37 เกม พร้อมกับทำไปทั้งหมด 11 ประตูด้วยกัน แม้ว่า เป๊ป กับเลสเตอร์ดูจะไม่สมพงศ์กันเท่าไร ดีล 2 ฉบับตอนเดือนมกราคม ซิตี้ยื่นไปโดนบอกปัดหมด แต่เชื่อว่าครั้งนี้ เป๊ป น่าจะมีลุ้นการดึง มาห์เรซ มาร่วมทีมเหมือนกัน นักเตะกำลังเข้าสู่ช่วงจุดสูงสุดของอาชีพค้าแข้ง น่าจะมองหาอะไรให้ท้าทายขึ้น แล้ว แมนเชสเตอร์ ซิตี้ก็เป็นคำตอบ