Category: ข่าวบอล

ดิอาส นี่แหละ คือคำตอบของเรือใบ สำหรับ ดันน์

ดิอาส นี่แหละ คือคำตอบของเรือใบ สำหรับ ดันน์

หลังจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทุ่มเงินไปมากกว่า 400 ล้านปอนด์ สำหรับการปรับขุมกำลังเกมรับ นับตั้งแต่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เข้ามาคุมทีมในปี 2016 แลกกับการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัย, ลีก คัพ 2 สมัย, เอฟเอ คัพ 1 สมัย และคอมมิวนิตี้ ชิลด์ 2 สมัย

การย้ายออกจากเอติฮัด สเตเดี้ยม ของแว็งช็องต์ กอมปานี กลายเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนที่สำคัญของทีม เมื่อทำให้ทีมพลาดในการป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีกและกลายเป็นรองแชมป์ที่มีคะแนนตามหลังลิเวอร์พูลถึง 18 คะแนนในฤดูกาล 2019-20 ซึ่งทีมแพ้ในฤดูกาลนี้ มากกว่าการความพ่ายแพ้ในฤดูกาล 2017-18 และ 2018-19 รวมกันซะอีก เมื่อเก็บได้ถึง 198 คะแนนจากสองฤดูกาล

แต่สุดท้ายเหมือนทีมกำลังเจอกับนักเตะที่ตามหา กับ รูเบน ดิอาส ที่ทีมทุ่มเงินถึง 62 ล้านปอนด์ เพื่อคว้าลายเซ็นของนักเตะมาจาก เบนฟิก้า ยักษ์ใหญ่ของโปรตุเกส โดย ริชาร์ด ดันน์ ได้เห็นฟอร์มการเล่นของนักเตะไปแล้ว กับเกมที่บุกไปเสมอกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด มาด้วยสกอร์ 1-1 เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งที่เป็นการประเดิมลงสนามให้กับทีมเกมแรก แม้เพิ่งจะย้ายมาร่วมทีมได้ไม่กี่วัน

ดันน์ กล่าวว่า “เขาทำได้อย่างยอดเยี่ยม เขาทำได้อย่างน่ามหัศจรรย์ โดยเขาไม่ได้แสดงความตื่นเต้นออกมาเลย เขาไม่ได้ดูตื่นตูมในการเจอกับกองหน้าเลย เขาเป็นนักเตะที่พวกเราตามหา พวกเรากำลังมองหากองหลังที่มีทัศนคติในการเล่นแบบนี้ ในแง่ของเรื่องนี้ เขาทำทุกอย่างดูง่ายไปหมด เขาเล่นได้อย่างปลอดภัยและผมก็คิดว่าเขาพร้อมจริงๆ สำหรับการเล่นอย่างมืออาชีพของเขา”

“เขาเคยเล่นให้กับสโมสรใหญ่อย่างเบนฟิก้ามาก่อน เขาดูมีความมั่นใจ เขาจริงจัง เขาดูเหมือนว่าเขาต้องการชนะอยู่เสมอและพวกเขาก็ต้องการนักเตะแบบนั้น กับสิ่งที่เขาสร้างในสนาม แน่นอนว่ามันไม่ได้เป็นความสมบูรณ์แบบเสมอไปเพราะนักเตะทุกคนที่เข้ามาเจอ กับการแข่งขันในพรีเมียร์ลีก พวกเขาเป็นนักเตะที่มีความเร็วมากกว่าลีกโปรตุเกส ดังนั้น มันจึงเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากของเขาด้วย เขาทำทุกอย่างได้อย่างยอดเยี่ยม เขามีทัศนคติทุกอย่างที่พร้อม ดังนั้น พวกเรายังต้องให้เวลาเขาด้วย”

ดิอาสกลายเป็นกัปตันทีมของเบนฟิก้าและลงสนามประเดิมสนามให้กับทีมชาติโปรตุเกสชุดใหญ่เป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วยอายุเพียง 21 ปีเท่านั้น ก่อนที่จะลงสนามให้กับทีมชาติไปทั้งหมด 19 เกม โดยเป็นส่วนหนึ่งของทีมในการแข่งขันฟุตบอลโลก ในปี 2018 มาด้วย

แมนฯ ซิตี้ จะได้เปิดเอติฮัด สเตเดี้ยม เพื่อรับการมาเยือนของอาร์เซน่อล หลังจากพักเบรกทีมชาติ

เงื่อนไขของ เมสซี่ กับ บาร์เซโลน่า และสถานการณ์ในปัจจุบัน

เงื่อนไขของ เมสซี่ กับ บาร์เซโลน่า และสถานการณ์ในปัจจุบัน

อนาคตของ ลีโอเนล เมสซี่ กับ บาร์เซโลน่า กลายเป็นประเด็นร้อนไปทั่ววงการฟุตบอลในเวลานี้ เมื่อนักเตะรู้สึกผิดหวังสุดๆ กับผลงานของทีมในฤดูกาล 2019-20 รวมถึงการบริหารของทีมในปัจจุบัน กับสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งในและนอกสนาม ในขณะที่สัญญาของเขาเหลือกับทีมไม่ถึง 12 เดือน และยังไม่มีท่าทีในการต่อสัญญาฉบับใหม่

แน่นอนว่ามันยากที่จะจินตนาการได้สำหรับการย้ายทีมของดาวเตะนอกโลกอย่าง เมสซี่ เมื่ออยู่กับบาร์ซ่ามาตั้งแต่อายุ 15 ปี แต่ด้วยสถานการณ์ในปัจจุบัน ทำให้ไม่มีความแน่นอนจริงๆ กับเรื่องดังกล่าว จึงทำให้มีความเป็นไปได้สำหรับการย้ายทีม

การซื้อเมสซี่จะต้องใช้เงินเท่าไหร่ หากบาร์ซ่าไม่คิดปล่อยนักเตะออกจากทีม ซึ่งก็ไม่มีทางเลือกอื่นสำหรับการฉีกสัญญาของนักเตะ โดยดาวเตะชาวอาร์เจนติน่ามีค่าฉีกสัญญาจำนวน 700 ล้านยูโร หรือ 630 ล้านปอนด์ด้วยกัน หลังต่อสัญญากับทีมครั้งล่าสุดในปี 2017 ด้วยสัญญา 4 ปี ซึ่งเดิมทีค่าฉีกสัญญาของนักเตะมีเพียง 300 ล้านยูโรเท่านั้น แต่เพราะถูกปารีส แซงต์ แชร์กแมง ฉีกสัญญาเนย์มาร์ด้วยเงินจำนวน 222 ล้านยูโร ทำให้ทีมจากแคว้นคาตาลันต้องปรับปรุงสัญญา

หากมองไปยังจำนวนเงินมหาศาลที่จะต้องใช้ในการเซ็นสัญญาเมสซี่ไปร่วมทีม กับเงินจำนวน 700 ล้านยูโร และยังไม่รวมค่าเหนื่อยของนักเตะ รวมถึงโบนัสต่างๆ ทำให้เป็นเรื่องยากมากๆ ที่จะมีการย้ายทีมเกิดขึ้น แม้เปแอสเช และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะมีมหาเศรษฐีเป็นเจ้าของสโมสรก็ตาม ซึ่งเป็นสองทีมที่มีความสนใจในตัวนักเตะ

กับสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ในปัจจุบัน ยิ่งตอกย้ำในเรื่องการเซ็นสัญญานักเตะไปร่วมทีมเข้าไปอีก เมื่อทุกทีมยังไม่มีรายรับจากเกมการแข่งขัน สำหรับการขายตั๋วให้กับแฟนบอลเพื่อเข้าชมในสนาม ทำให้เป็นเรื่องยากมากๆ สำหรับการย้ายทีมของเมสซี่ในซัมเมอร์นี้ แต่หากมองไปยังซัมเมอร์หน้า ซึ่งมีโอกาสที่จะสัญญาของนักเตะจะหมดลง เมื่อนักเตะเจ้าของบัลลง ดอร์ 6 สมัย ปฏิเสธที่จะต่อสัญญาฉบับใหม่ อาจจะทำให้มีความเป็นไปได้สูงสำหรับการย้ายทีม

แมนฯ ซิตี้, เปแอสเช, อินเตอร์ มิลาน, ยูเวนตุส และเรอัล มาดริด เป็นข่าวเชื่อมโยงกับเมสซี่ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งความเป็นไปได้ของทีมที่จะคว้าตัวเมสซี่ไปร่วมทีมได้สำเร็จ น่าจะเป็นทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า เมื่อเคยร่วมงานกับนักเตะ และประสบความสำเร็จไปได้มากมาย และทีมก็ไม่มีปัญหาทางด้านการเงิน ในขณะที่เปแอสเช อาจจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ และนับเป็นเรื่องยากสำหรับเรื่องการเงินของทีมที่เหลือ

นาโปลี ประกาศสอย โอซิมเฮน จากลีลล์ 50 ลย.

Official ! นาโปลี ประกาศสอย โอซิมเฮน จากลีลล์ 50 ลย.

นาโปลี จากเวทีกัลโช่ เซเรียอา อิตาลี ประกาศเซ็นสัญญา วิคเตอร์ โอซิมเฮน ตัวรุกจาก ลีลล์ ไปร่วมทีมด้วยค่าตัว 50 ล้านยูโร เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังเป็นข่าวเชื่อมโยงมาอย่างยาวนานหลายสัปดาห์ โดยนักเตะทำไปได้ 18 ประตู จากการลงสนาม 38 เกมรวมทุกรายการ ให้กับต้นสังกัดในฤดูกาล 2019-20 ก่อนที่ลีกเอิงจะประกาศตัดจบฤดูกาล

โอซิมเฮนเป็นข่าวกับหลายทีมในยุโรป ทั้งอาร์เซน่อล และลิเวอร์พูล ก่อนที่จะตัดสินใจย้ายมาร่วมทีมในเมืองเนเปิ้ลส์ โดย โอซิมเฮน ยังติดทีมชาติไนจีเรียไปแล้ว 10 เกม ทำได้ 4 ประตู โดยนักเตะเริ่มต้นค้าแข้งในยุโรปครั้งแรกกับโวล์ฟสบวร์ก ในปี 2017 ก่อนที่จะย้ายไปยังชาร์เลอรัว ในเบลเยี่ยม และทำไปได้ 36 ประตู จากการลงสนาม 37 เกมรวมทุกรายการ และย้ายไปยังลีลล์เมื่อซัมเมอร์ที่แล้วด้วยค่าตัว 14 ล้านยูโร

โอซิมเฮนจะเข้ามาเป็นความหวังให้กับทีมในฤดูกาลหน้า หลังจากพลาดการแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในขณะที่อาร์คาดิอุสซ์ มิลิค น่าจะได้รับอนุญาตในการย้ายออกจากซาน เปาโล หลังจบฤดูกาล 2019-20 โดยทีมรั้งอยู่ในอันดับที่ 7 ของตารางคะแนนในเวลานี้ ก่อนที่จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของลาซิโอในคืนนี้

ไม่ใช่แค่ ลิเวอร์พูล ที่แพ้ทันที หลังจากคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้

ไม่ใช่แค่ ลิเวอร์พูล ที่แพ้ทันที หลังจากคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้

กับความพ่ายแพ้ของ ลิเวอร์พูล แชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2019-20 ต่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ว่าที่รองแชมป์ด้วยสกอร์ถล่มทลาย 4-0 ที่สนามเอติฮัด สเตเดี้ยม ไม่ใช่สิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้น ทั้งที่ทีมทำผลงานก่อนหน้านี้ออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม โดยบทความนี้จะยกตัวอย่าง 5 เกม ของความพ่ายแพ้ของทีมแชมป์

  1. ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส 3-1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด วันที่ 19 พฤษภาคม 2001

แมนฯ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ 3 สมัยติดต่อกัน ก่อนที่จะต้องลงเล่นเกมสุดท้ายของฤดูกาล โดยเป็นวิลเลม คอร์สเตน ทำคนเดียว 2 ประตู และเลส เฟอร์ดินานด์ อีก 1 ประตู ช่วยให้ทีมจากกรุงลอนดอนเก็บ 3 คะแนนไปได้ แต่ผลการแข่งขันในเกมนั้นไม่ได้เป็นที่สนใจมากนัก เมื่อเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือของทีมตกเป็นข่าวจะวางมือในการคุมทีม และเกิดข่าวลือไปต่างๆ มากมาย แม้ว่าสุดท้ายจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไร

11 ตัวจริงในเกมนี้ของแมนฯ ยูไนเต็ด : ฟาน เดอร์ ฮาว, ซิลแวสต์ส, ยอห์นเซ่น, เมย์, เออร์วิน, เนวิลล์, บัตต์, กิ๊กส์, สโคลส์, โคล, เชอรืริงแฮม

  1. เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน 3-0 เชลซี วันที่ 18 พฤษภาคม 2015

โชเซ่ มูรินโญ่พาเชลซีคว้าแชมป์ในการกลับมาคุมทีมครั้งที่สอง หลังเก็บไปได้ 87 คะแนน ทั้งที่ก่อนหน้านั้นทีมแพ้เพียง 2 เกมเท่านั้นในพรีเมียร์ลีก โดยยังมีเอแด็น อาซาร์, เชส ฟาเบรกาส และดีเอโก้ คอสต้า ที่ทำผลงานออกมาได้อย่างโดดเด่น

11 ตัวจริงในเกมนี้ของเชลซี : กูร์กตัวส์, ฟิลิเป้ หลุยส์, เคฮิลล์, เทอร์รี่, อิวาโนวิช, ฟาเบรกาส, อาซาร์, ลอฟตัส-ชีค, มาติช, คอสต้า, เรมี่

  1. มิดเดิ้ลสโบรห์ 4-1 ลีดส์ ยูไนเต็ด วันที่ 22 สิงหาคม 1992

ลีดส์ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ลีกสูงสุดของเกาะอังกฤษได้ในฤดูกาล 1991-92 ก่อนที่จะเปลี่ยนไปเป็นพรีเมียร์ลีก แต่การลงเล่นเกมที่สามของฤดูกาล เมื่อบุกไปแพ้มิดเดิ้ลสโบรห์ ทีมที่เพิ่งจะเลื่อนชั้นมา และก็เป็นจุดเริ่มต้นถึงผลงานที่ย่ำแย่ของทีม ก่อนที่จะจบในอันดับที่ 17 ของตารางคะแนน ในขณะที่มิดเดิ้ลสโบรห์ จบอันดับที่ 21 และตกชั้น

11 ตัวจริงในเกมนี้ของลีดส์ ยูไนเต็ด : ลูคิช, แฟร์คลัฟ, นิวซัม, ไวท์, โดริโก้, แม็คอัลลิสเตอร์, แบ็ตตี้, คันโตน่า, สปีด, ชาปแมน, วัลเลซ

  1. ลิเวอร์พูล 4-0 อาร์เซน่อล วันที่ 6 พฤษภาคม 1998

อาร์เซน่อลของอาร์แซน เวนเกอร์ คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลดังกล่าว โดยเหลือเกมการแข่งขันอีก 2 เกม ก่อนที่จะเลือกพักนักเตะตัวหลักในเกมที่พบกับลิเวอร์พูล ซึ่งทีมมีคิวเจอกับนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ในเอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศ ก่อนที่จะคว้าดับเบิ้ลแชมป์ในปีดังกล่าวไปได้สำเร็จ

11 ตัวจริงในเกมนี้ของอาร์เซน่อล : แมนนิงเกอร์, ดิ๊กสัน, โบลด์, อัพสัน, กริมานดี้, ฮิวส์, พาร์เลอร์, แพล็ตต์, บัว มอร์ต, ไรท์

  1. แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 4-0 ลิเวอร์พูล วันที่ 2 กรกฎาคม 2020

กับเกมสดๆ ร้อนๆ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เมื่อทีมของเจอร์เก้น คล็อปป์ คว้าแชมป์ได้ก่อนจบฤดูกาล และเหลือถึง 7 เกม แม้ลิเวอร์พูลจะมีโอกาสทำประตูมากมาย แต่นักเตะหลายคนในทีมก็ดูขาดๆ เกินๆ ไปหลายคน กับจังหวะต่างๆ น่าจะทำได้ดีกว่านี้ ก่อนที่จะเป็นเควิน เดอ บรอยน์, ฟิล โฟเด้น และราฮีม สเตอร์ลิ่ง ที่ทำประตูให้กับทีม และเป็นอเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ทำเข้าประตูตัวเองปิดท้าย

11 ตัวจริงในเกมนี้ของลิเวอร์พูล : อลีสซอน, โกเมซ, ฟาน ไดค์, โรเบิร์ตสัน, อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, เฮนเดอร์สัน, ฟาบินโญ่, ไวจ์นัลดุม, มาเน่, ซาล่าห์, ฟีร์มิโน่

มิลานคือทีมที่ดีกว่าหงส์ตลอด 114 นาทีในเกมที่อิสตันบูล

มิลานคือทีมที่ดีกว่าหงส์ตลอด 114 นาทีในเกมที่อิสตันบูล

เจมี่ คาร์ราเกอร์ ตำนานกองหลังของ ลิเวอร์พูล ออกมากล่าวถึงเกมปาฏิหาริย์ในฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก นัดชิงชนะเลิศ ที่อิสตันบูล ประเทศตุรกี ในปี 2005 หลังจากเอาชนะ เอซี มิลาน จากอิตาลี ซึ่งเป็นทีมยุคทองในช่วงเวลาดังกล่าวมาได้

เกมดังกล่าวทีมของราฟาเอล เบนิเตซทำ 3 ประตูได้ภายในเวลา 6 นาทีในช่วงต้นครึ่งหลัง หลังจากมิลานขึ้นนำได้ก่อน 3-0 ในช่วงครึ่งแรก โดยเป็นเปาโล มัลดินี่ ทำประตูแรก และเฮอร์นาน เครสโป ทำ 2 ประตู ก่อนที่สตีเว่น เจอร์ราร์ด, วลาดิเมียร์ ซมิเซอร์ และชาบี้ อลอนโซ่ จะช่วยให้ลิเวอร์พูลคัมแบ็คกลับมาได้ หลังจบด้วยสกอร์ 3-3 ในเวลาปกติ และต้องต่อเวลาพิเศษอีก 30 นาที แต่ก็ไม่มีประตูเกิดขึ้น ก่อนที่จะเป็นทีมจากเกาะอังกฤษที่คว้าแชมป์ไปได้สำเร็จ

เกมนี้กลายเป็นหนึ่งในเกมคัมแบ็คที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ลูกหนังฟุตบอลยุโรป ในขณะที่คาร์ราเกอร์ออกมากล่าวย้อนความหลังถึงเกมดังกล่าว หลังจากครบรอบ 15 ปีพอดิบพอดีในเวลานี้ โดยอมรับว่า มิลานเป็นทีมที่ดีกว่าพวกเขาแทบจะตลอดทั้งเกม ยกเว้น 6 นาทีของลิเวอร์พูลที่ทำประตูได้

คาร์ราเกอร์ กล่าวว่า “พวกเรารู้กันก่อนเกมแล้วว่า มิลานเป็นทีมที่ดีกว่าพวกเรา แต่มันไม่ได้หมายความว่า พวกเราจะคว้าชัยชนะไม่ได้ แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อตอนที่พวกเราโดนนำก่อน 3-0 ในช่วงครึ่งแรก กับทีมที่ทำได้ดีกว่า มันเป็นเรื่องยากมากที่จะพูดว่า ‘ใช่ พวกเรามาออกไปลุยกันเถอะ กับสิ่งที่พวกเราจะทำ พวกเราจะกลับมาได้’ ความคิดนี้มันเป็นอะไรที่ยากมากๆ”

“มิลานมีฟอร์มการเล่นที่น่าเหลือเชื่อ สำหรับ 114 นาที พวกเขาทำได้ดีที่สุดกับฟอร์มการเล่น กับเกมนัดชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ลีก นักเตะเกือบครึ่งทีมของพวกเขาก้าวไปเป็นแชมป์ฟุตบอลโลกหลังจากนั้น 1 ปี กับเชฟเชนโก้ก็เป็นกองหน้าที่ดีที่สุดในโลกในเวลานั้น กาก้าก็เป็นนักเตะที่ดีที่สุดในโลกเคียงข้างกับโรนัลดินโญ่ในอีกไม่กี่ปีหลังจากนั้น”

“พวกเขาเป็นทีมที่พิเศษ และมีฟอร์มการเล่นที่ไม่ธรรมดา แต่ยกเว้น 6 นาทีของพวกเรา แต่นั่นแหละคือฟุตบอล มันเป็นกีฬาของพวกเราที่ทำได้ยอดเยี่ยมที่สุด มันอาจจะดูแปลกไปหน่อยเมื่อเรียกมันว่าปาฏิหาริย์ และใช่เลย มันคือปาฏิหาริย์”

“เมื่อตอนที่ผมไปพักร้อน ไม่ว่าผมจะไปที่ไหน ร้านอาหาร หรือไปเที่ยวที่ไหนในยุโรป จะมีคนเข้ามาหาผม และสิ่งแรกที่พวกเขาจะพูดถึงก็คือ เกมที่อิสตันบูล มันเป็นสิ่งพิเศษเสมอ เพราะแนวทางที่พวกเราคว้าแชมป์ มันส่งผลต่อแฟนบอลของลิเวอร์พูลทุกคน เกมนั้นมันถูกจดจำไปทั่วโลก”

ความท้าทายครั้งใหญ่ของ เบ็คแฮม กับฟุตบอลในไมอามี่

เบ็คแฮม กล่าวถึง ไมอามี่

การแข่งขันฟุตบอลเมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ ในประเทศสหรัฐอเมริกา ไม่เคยมีสักเกมที่จะมีแฟนบอลเข้าชมเต็มความจุ ในขณะที่นักฟุตบอลชื่อดังของยุโรปก็มีน้อยมากๆ สำหรับการตัดสินใจมาค้าแข้งในดินแดนแห่งนี้ แม้จะมีแฟนบอลหลายล้านคนทั่วโลก แต่ก็ไม่ได้เป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศสหรัฐอเมริกาแน่นอน

ฟุตบอลไม่เคยประสบความสำเร็จในเมืองไมอามี่ มาก่อนเลย แม้จะเคยมีสโมสรอย่าง ไมอามี่ ฟิวชั่น ที่ขึ้นมาอยู่ในลีกสูงสุดของประเทศในช่วงปี 1998 ถึง 2001 แต่ก็ไม่สามารถสร้างผลงานได้อย่างต่อเนื่องเพื่อเรียกแฟนบอลให้เข้าสู่สนามได้ แต่ไม่ใช่ความกลัวของ เดวิด เบ็คแฮม ที่ตั้งใจในการสร้างความตื่นเต้นของฟุตบอลในไมอามี่ อีกครั้ง โดยการสร้างสโมสร อินเตอร์ ไมอามี่ และได้เข้ามาโลดแล่นในเมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ ฤดูกาลนี้ ก่อนที่ไวรัสโควิด-19 จะระบาด และทำให้เกมการแข่งขันต้องถูกเลื่อนออกไป

เบ็คแฮม กล่าวถึง ไมอามี่

“เห็นได้ชัดว่า ผมมีเส้นทางอาชีพที่ยาวนาน และประสบความสำเร็จในเกมการแข่งขัน ผมภูมิใจมากๆ แต่ในฐานะบุคคลและมืออาชีพ ผมรักความท้าทายเสมอ ผมชอบสิ่งนั้น ทั้งการเล่นฟุตบอล, ธุรกิจ และการใช้ชีวิต ผมรู้ถึงความท้าทายนั้น แม้ว่าผมจะไม่ได้ตระหนักถึงความยิ่งใหญ่ของมันว่าเป็นอย่างไร” เบ็คแฮม กล่าว

“มันเป็นการเดินทางที่ยาวนาน ผมรู้ว่ามันจะยากตั้งแต่วันแรก เมื่อทุกคนถามผมว่า ‘ทำไมต้องเป็น ไมอามี่? เอาจริงดิ? จริงจังใช่ไหม?’”

กับความล้มเหลวของไมอามี่ ฟิวชั่น แม้จะมีการลงทุนไปมากกว่า 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ก็ไม่สามารถเป็นที่นิยมของเมืองไมอามี่ได้ และสุดท้ายก็ล้มเหลวลงไป หลังต้องแข่งขันกับความนิยมของไมอามี่ ฮีต ในบาสเกตบอลเอ็นบีเอ, ไมอามี่ ดอลฟินส์ ของ เอ็นเอฟแอล และ ไมอามี่ มาร์ลินส์ ทีมเบสบอล ซึ่งต่างเป็นกีฬาขวัญใจของผู้คนในประเทศ

ดอน การ์เบอร์ ประธานจัดการแข่งขันเมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ ประกาศเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ปี 2014 ว่า เบ็คแฮม เตรียมสร้างสโมสร อินเตอร์ ไมอามี่ โดยจะมีการสร้างสนามแห่งใหม่ของสโมสรด้วย

“ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมกำลังทำ มันเป็นความท้าทาย มันไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อมองไปยังสิ่งที่ผมต้องการทั้งหมด ทุกอย่างคือความท้าทายของพวกเรา แม้กระทั่งกระเบื้องที่พวกเรานำมาทำห้องอาบน้ำ ผมจะไม่ยอมแพ้อย่างแน่นอน ผมไม่เคยคิดเลยสักช่วงที่จะออกจากสิ่งที่ทำนี้ เพราะผมรู้ว่า ไมอามี่ เหมาะกับสิ่งที่ผมกำลังทำในเวลานี้” เบ็คแฮม กล่าว

การ์เบอร์ ยังเชื่อมั่นในตัว เบ็คแฮม และออกมากล่าวว่า “คุณเห็นแล้วว่า เดวิด อยู่กับลีกนี้มา 13 ปีแล้ว นับตั้งแต่เขาย้ายมาเล่น เขาประสบความสำเร็จในธุรกิจมากมาย เขามีคนติดตามในอินสตาแกรม 16 ล้านคน กับสิ่งต่างๆ ที่เขาทำมา กับธุรกิจของเขาที่ทำมาเป็น 10 ปี พวกเขาเป็นกลุ่มเจ้าของสโมสรระดับโลก และผมคิดว่า ด้วยการเป็นระดับโลกนี้ มันเพียงพอที่จะทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จ”

ความท้าทายครั้งใหญ่ของ เบ็คแฮม กับฟุตบอลในไมอามี่

ฟาเบียน รุยซ์ ผู้ทำลายกำแพงแนวรับคู่ต่อสู้ได้ดีเสมอ

ฟาเบียน รุยซ์ ผู้ทำลายกำแพงแนวรับคู่ต่อสู้ได้ดีเสมอ

มันไม่ได้เป็นอะไรที่เกินเลยไปด้วยซ้ำ ที่จะบอกว่าตัวของ ฟาเบียน รุยซ์ กองกลางตัวรุกของสโมสร นาโปลี น่าจะเป็นนักเตะที่สร้างภัยคุกคามให้กับนักเตะเกมรับฝั่งตรงข้ามได้มากที่สุดเลยจริงๆ เพราะตัวของ รุยซ์ เป็นนักเตะที่มีทักษะการเล่นเกมรุกที่ยอดเยี่ยมกว่ากองกลางทั้งสามรายก่อนหน้านี้ โดยรวมแล้วนั้น รุยซ์ เป็นมิดฟิลด์ที่มีความเป็น “เพลย์เมกเกอร์” มากกว่า 3 คนก่อนหน้านี้อย่างชัดเจน เขาคือตัวทำเกมของ นาโปลี ชุดปัจจุบัน และกำลังเป็นนักเตะที่สร้างผลงานได้อย่างร้อนแรงมากอีกรายเลยทีเดียว

ความสามารถของมิดฟิลด์รายนี้กำลังเป็นที่ประจักษ์อย่างมาก แถมอายุก็ยังน้อยด้วย ทำให้ทีมกระเป๋าหนักทั่วยุโรปนั้นอยากได้ตัวของเขาไปร่วมทีมด้วยทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ บาร์เซโลนา ที่ต่างก็หวังอย่างมากสำหรับการจะล่าลายเซ็นของเขาไปร่วมทีมด้วย รุยซ์อาจเป็นหนึ่งในมิดฟิลด์ที่เก่งที่สุดในวงการฟุตบอลระดับโลกในตอนนี้ เขามีความสามารถในการครีเอตที่ยอดเยี่ยมอย่างมาก ตัวของเขามีเท้าซ้ายที่เปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพ และยังมีความสามารถในการสร้างโอกาสให้เพื่อนทำประตูอีกด้วย

เขาไม่ได้เป็นนักเตะที่เสียบอลง่ายๆ เป็นนักเตะที่แย่งบอลจากเท้าได้ยากมาก เขาสามารถเล่นได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีคุณสมบัติทั้งหมดของการเป็นผู้เล่นบาร์เซโลนาในอุดมคติเลยทีเดียว เสียบอลยาก จ่ายบอลแม่น เล่นบอลจังหวะ 1-2 ได้เนียนตา มีความคิดสร้างสรรค์ มีวิสัยทัศน์และไหวพริบที่ดีในการเล่นฟุตบอล แบบนี้มันเข้าขั้นนักเตะที่เหมาะสมสำหรับทีมบาร์เซโลนาอย่างชัดเจน จอมทัพรายนี้ เป็นนักเตะที่มีข่าวพัวพันกับการจะย้ายกลับไปเล่นให้กับทีมในลีกสเปนอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะกับ บาร์เซโลนา และ เรอัล มาดริด ที่ให้ความสนใจในตัวของจอมทัพซ้ายพิฆาตรายนี้อย่างจริงจังมากกว่าใคร

หลายทีมยักษ์ยังคงจับตามอง

ฝั่งของ เรอัล มาดริด นั้น พวกเขาเล็งตัวของ รุยซ์ เอาไว้เป็นตัวแทนของ ลูก้า โมดริช กองกลางทีมชาติโครเอเชียที่เข้าใกล้วัยปลดเกษียณแล้ว และพวกเขาเองก็เบื่อที่จะต้องไปตามตื๊อตามจีบตัวของ ปอล ป๊อกบา กองกลางมากปัญหาชาวฝรั่งเศสด้วย ส่วนทางด้านของ บาร์เซโลนา พวกเขาก็อยากได้ตัวของ รุยซ์ มาเล่นแทน ราคิติชอยู่แล้ว มีแฟนบอลมากมายระบุว่า ตัวของ รุยซ์ คือ ราคิติช เวอร์ชั่นอัพเกรดคุณภาพในการเลี้ยงบอลทะลุทะลวง มันจะเพิ่มมิติในการเล่นให้กับทีมได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะการทะลวงจากตรงกลางและมีลูกยิงไกลเป็นทีเด็ด

สุดมั่นใจ !! โบนุชชี่ กร่าวจะกวาดทริปเบิ้ลแชมป์

เลโอนาร์โด โบนุชชี่ กองหลังพันธุ์แกร่งอดีตทีมชาติอิตาลี่ของยูเวนตุส ได้ออกมาประกาศกร่าวว่า ตันสังกัดจะเก็บแชมป์ในปีนี้ในได้ทั้งหมด 3 แชมป์จากทุกรายการที่ยูเวนยังคงอยู่ในเส้นทางตอนนี้

โดยเกมล่าสุดนั้น ยูเวนตุส เปิดบ้านถล่ม โรม่า ไปแบบขาดลอยในศึกโคปาอิตาลี ด้วยสกอร์ 3-1 ผ่านเข้าไปสู่รอบรองชนะเลิศ ทำให้ โบนุชชี เพิ่มความมั่นใจของเขาเข้าไปอีก รวมไปถึงในกัลโช่ก็ยังคงนำเป็นจ่าฝูงและเริ่มหนีห่างรองจ่าจ่าฝูงอย่างอินเตอร์ มิลาน ออกไปเรื่อยๆ

“ตอนนี้เรากำลังมั่นใจ ถึงเกมลีกจะยังมีคะแนนห่างไม่เยอะ เพียงแค่ 4 แต้ม แต่มันก็เริ่มเข้าทางเรา ซึ่งก่อนหน้านั้น คะแนนมันสุสีกันมาโดยตลอด ไหนจะการที่เราผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศในโคปาอีก รวมไปถึงยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีกในรอบ 16 ทีมที่เราจะพบกับ ลียง แน่นอนเป้าหมายของเรามันคือแชมป์ทั้งหมด”  โบนุชชี่ กล่าวกับสื่ออิตาลี

แมนฯยู เปิดศึกนอกสนามกับ อาร์เซนอล แย่งตัวกองหลังยูเวนตุส

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดและอาร์เซน่อล 2ยักใหญ่ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ กำลังเปิดศึกนอกสนามแย่งตัว เมริห์ เดมิรัล กองหลังยูเวนตุส แห่งศึกกัลป์โซ เซเรียอา อิตาลี ในเดือนมกราคม ทั้งสองสโมสรต่างเร่งเสริมทัพอย่างหนักเพื่อโค้วต้าพื้นที่ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก

ตามที่ Tuttosport สื่อในอิตาลีได้ออกมากล่าวว่า  เมริห์ เดมิรัล กองหลังดาวรุ่งของยูเวนตุส เตรียมที่จะย้ายออกจากทีมหลังไม่ได้รับโอกาสลงสนามเท่าที่ควรนับตั้งแต่ย้ายทีมมาร่วมทัพเมื่อต้นฤดูกาลนี้

ล่าสุดมีรายงานออกมาว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ อาร์เซนอล เป็น 2 ทีมจากอังกฤษ ที่กำลังมีปัญหาในแนวรับ พร้อมที่จะเสนอเงินจำนวนหนึ่งให้กับทาง ยูเวนตุส ได้พิจารณา ปล่อยตัวกองหลังชาวตุรกีรายนี้ออกจากทีม หลังได้รับโอกาสลงสนามเพียง 5 นัดเท่านั้นในฤดูกาลนี้

อย่างไรก็ตามมีความเชื่อกันว่า ยูเวนตุส ไม่ต้องการขาย เมริห์ เดมิรัล ในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะรอบสองที่เปิดอยู่นี้ เพราะยังคงอยู่ในช่วงลุ้นแชมป์และทีมก้มีปัญหานักเตะบาดเจ็บอยู่บ่อยครั้ง

สำหรับ  เมริห์ เดมิรัล  ย้ายมาจากซัสซูโอโล่ มายังยูเวนตุส ด้วยค่าตัวถึง 18 ล้านยูโร ในช่วงต้นฤดูกาลที่ผ่านมา และยังเคยมีข่าวกับ ทางเอซี มิลาน และเลสเตอร์ ซิตี้ ก่อนที่จะเป็นยูเวนตุสที่คว้าตัวมารวมทัพในที่สุด



วงในสนั่น โด้ เกาเหลากับ ซารี แน่นอน

ก่อนหน้านี้ออกมาปฏิเสธกันทั้งคู่ว่าไม่มีปัญหาอะไร แม้ว่าตัวเองจะโดนดร็อปหลายเกมติดกัน ในช่วงท้าย หลายครั้งก็ตามและทั้งสองฝ่ายบอกว่า เข้าใจกันดีอีกทั้ง กุนซือของทีมก็บอกว่ามันเป็นเรื่องของความฟิต

แต่แหล่งข่าววงในระบุชัดเจนว่า ทั้งคู่ดูเหมือนจะเริ่มไม่ลงรอยกัน อีกทั้งอดีตนักเตะระดับตำนานของทีมยูเวนตุสเองก็มองเห็นความไม่ชอบมาพากล และคิดว่าทั้งคู่น่าจะมีปัญหาแต่ไม่ยอมที่จะเปิดเผยออกมา เพราะเกรงว่าจะมีผลกับผู้เล่นคนอื่นๆ 

ก็ต้องตามดูกันต่อว่าจะมีบทสรุปของทั้งคู่ออกมาแนวไหน เพราะในทีมเองก็ยังไม่ยอมพูดเรื่องนี้กันมากนัก แถมยังมีข่าวลือลับๆ ว่าอาจจะมีการปลดกุนซืออีกด้วย