หมวดหมู่: ข่าวบอล

กูร์ตัว เชื่อ ราชันย์ ฟอร์มตก เป็นเพราะลม

กูร์ตัว เชื่อ ราชันย์ ฟอร์มตก เป็นเพราะลม

เรอัล มาดริด กลับมาทำผลงานได้ดีอีกครั้ง ล่าสุดกลับมาอยู่ในอันดับท็อปโฟร์ ได้อีกครั้ง ซึ่งเป็นครั้งแรกหลังจากที่ปลดกุนซือคนเก่าอย่าง จูเลน โลเปเตกี ออกไป

ธิโบร์ กูร์ตัว ออกมาพูดถึงเกมล่าสุดของพวกเขา ที่เอาชนะฮูเอสก้า ไปได้แบบยากลำบาก นั้นเป็นเพราะว่าลมที่พัดแรงเกินไป ซึ่งทำให้เล่นยากมากๆ

กูร์ตัว ทำผลงานได้ดีมากๆในเกมนี้ เซฟสำคัญๆได้หลายจังหว่ะ จนทำให้พวกเขาได้รับสามคะแนนอันมีค่านี้มาครอง ซึ่งเจ้าตัวก็ออกมายืนยันเองว่า สาเหตุที่สำคัญที่เกมนี้นั้นยากมาก ก็คือลมที่พัดแรงเกินไปนั้นเอง

กูร์ตัว กล่าวว่า “พวกเราเล่นได้ดีมากๆในครึ่งแรกของเกม แต่ในครึ่งหลัง ลมมันพัดแรกจริงๆซึ่งมันทำให้เราเล่นได้ยากมากๆ ดังนั้นเราต้องบอกเลยว่าเราเล่นได้ไม่ดีเพราะว่าลมนั้นเอง ถ้าหากคุณต้องการที่จะอยู่ในกลุ่มทีมลุ้นแชมป์ให้ได้จนจบฤดูกาล คุณจำเป็นที่จะต้องชนะในเกมนี้ให้ได้ ดังนั้นพวกเราดีใจมากๆที่ได้รับชัยชนะในเกมนี้ มันยากเหมือนกันนะ ที่จะบอกได้ว่าเราต้องพัฒนาอะไรอีกบ้าง มันเป็นเรื่องจริงที่เราไม่ค่อยได้บอล และเมื่อเราไม่ได้บอล บางทีมันก็เป็นอะไรที่เจ็บปวดเหมือนกัน”

ซึ่งชัยชนะที่พวกเขาเอาชนะ ฮูเอสก้า ไปได้ 1 ประตูต่อ 0 นั้นทำให้พวกเขานั้นกลับมาอยู๋ในอันดับท็อปโฟร์ ได้อีกครั้ง ซึ่งเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมมากๆของ ซานติเอโก้ โซลารี่ กุนซือคนใหม่ของทีม

ช่วงขาลงของอินทรีเหล็กและโอกาสตกชั้น เนชั่นส์ ลีก

เล่นแล้วแพ้บ่อย จะโทษใครระหว่างนักเตะเยอรมันกับโค้ช

แฟนบอล ทีมชาติเยอรมัน อาจยังไม่เชื่อสายตาตนเองเมื่อได้เห็นทีมรักจมอยู่ก้นตารางของรอบแบ่งกลุ่มในเวที ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก พร้อมโอกาสสุ่มเสี่ยงที่จะตกชั้นหลังพ่ายแพ้ให้กับ ฮอลแลนด์ ทีมคู่ปรับยุคคลาสสิก แบบหมดท่า 3-0 คงไม่เกินเลยไปหากจะพูดว่าทีมของ โยอาคิม เลิฟ กำลังตกอยู่ในสถานะวิกฤติในขณะนี้ ลางร้ายของ อดีตแชมป์ เวิลด์ คัพ 2014 เริ่มก่อตัวขึ้นเมื่อราว 4 เดือนที่แล้ว หลังจากที่พวกเขากระเด็นตกรอบแรกจากมหกรรมฟุตบอลโลก ที่ รัสเซีย จนล่าสุดที่สถานการณ์ภายในกลุ่ม A ของ เนชั่นส์ ลีก ก็ยังไม่ค่อยสู้ดีนักหลังจากเสมอกับ ฝรั่งเศส ในบ้านแบบไร้สกอร์ ก่อนจะบุกไปพ่ายยับเยินให้กับ ฮอลแลนด์ ที่ อัมสเตอร์ดัม อารีน่า จากการพ่ายแพ้ 5 ครั้งใน 9 เกมหลังสุดกลายเป็นดัชนีชี้วัดเส้นกราฟที่ทิ้งลงดิ่งของ เยอรมัน อย่างเห็นได้ชัด มันเกิดอะไรขึ้นกับทีมที่ออกสตาร์ท เวิลด์ คัพ 2018 ด้วยการเป็นเต็งสองที่จะคว้าแชมป์ โดยหนึ่งปีก่อนหน้านั้นพวกเขาก็พึ่งครองถ้วยรางวัล คอนเฟดเดอเรชั่นส์ คัพ 2017 ได้แบบชนิดไร้เทียมทาน?

กระสุนด้าน

จากสถิติในเกมล่าสุดที่พ่ายให้กับ กังหันสีส้ม พวกเขามีโอกาสสับไกทั้งหมด 21 ครั้ง แต่ยิงเข้ากรอบไปเพียงแค่ 4 หนเท่านั้น และนั่นก็สะท้อนให้เห็นถึงภาพรวมของโอกาสหน้าปากประตูคู่แข่ง ซึ่งอันที่จริงแล้วหากมองย้อนกลับไปจะเจอตัวเลขที่น่าสะพรึงยิ่งกว่า เพราะจากสถิติ 2 ประตูใน 5 นัดหลังสุดของทีมมาจากโอกาสยิงอันล้นหลาม 107 ครั้ง ถ้าจะควานหาผู้ที่ถูกเพ่งเล็งในนัดที่ผ่านมาก็คงหนีไม่พ้น โธมัส มุลเลอร์ ที่มีโอกาสเหน่งๆในกรอบเขตโทษตั้งแต่ต้นเกมแต่ดันหวดไปติดเซฟของ ยาสเปอร์ ซิลเลสเซ่น และอีกหนึ่งครั้งในช่วงครึ่งแรกที่ได้ใส่เต็มๆแต่บอลก็พุ่งเข้าข้างประตู ในขณะที่ เลรอย ซาเน่ ตัวสำรองที่ถูกเปลี่ยนลงมาในนาทีที่ 57 ก็ได้โอกาสโล่งๆตรงบริเวณกรอบ 6 หลาแต่ก็ได้แค่เฉี่ยวหน้าปากประตูหลุดออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย รวมถึง ติโม แวร์เนอร์ และ ยูเลี่ยน ดรักซ์เลอร์ ที่ต่างก็ใช้โอกาสไปอย่างสูญเปล่าเช่นเดียวกัน ในเวลานี้สิ่งที่ เลิฟ ต้องการมากที่สุดคงเป็นผู้เล่นแนวรุกซักคนที่สามารถแปรเปลี่ยนโอกาสให้เป็นประตูได้เพื่อสร้างความแตกต่างให้กับเกมของพวกเขา

รูปเกมสะเปะสะปะ

ในขณะที่ อินทรีเหล็ก เริ่มถูกปลุกให้ตื่นและทำผลงานกระเตื้องขึ้นในช่วงครึ่งหลัง หากแต่ 45 นาทีแรกของพวกเขาเป็นอะไรที่น่าผิดหวังอย่างยิ่ง และไม่คาดว่าจะเป็นฟอร์มที่เกิดขึ้นกับทีมระดับชั้นนำของโลก พวกเขามีสถิติผ่านบอลสำเร็จในพื้นที่สุดท้ายเพียงแค่ 69 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ซึ่งรวมถึงจังหวะแทงทะลุช่องไปตรงพื้นที่ที่ไม่มีใครเลยของ แวร์เนอร์ ก่อนสิ้นเสียงนกหวีดครึ่งเวลาแรก ก็ยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงการประสานงานที่ไม่ลงตัวของผู้มาเยือน อีกทั้งการผ่านบอลกลางสนามที่ผิดพลาดของ เยโรม บัวเต็ง ก็เกือบทำให้ทีมเสียหายแต่เคราะห์ดีที่จังหวะยิงของ จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม ยังติดเซฟของ มานูเอล นอยเออร์ ซึ่งหากมองในภาพรวมแล้วทีมเจ้าถิ่นสามารถเก็บตกบอลจังหวะสองได้เกือบทั้งสิ้น ในขณะที่ เยอรมัน แทบจะต่อเกมกันไม่ได้เลยในช่วงครึ่งเวลาแรก

อินทรีเหล็ก กำลังลำบาก

แนวรับไร้ระเบียบ

ไม่บ่อยครั้งนักสำหรับทีมที่ขึ้นชื่อในเรื่องของระเบียบวินัยจะมีปัญหากับการจัดระบบภายในทีม แต่ในเวลานี้ ผลบอล ค่อนข้างสะท้อนเห็นได้ชัดว่า แนวรับของ เยอรมัน กำลังมีปัญหาที่น่าเป็นห่วง ตั้งแต่ประตูแรกที่พวกเขาเสียไปเมื่อตอนครึ่งชม.แรก โดยมีจุดเริ่มต้นมาจากการอ่านทางบอลที่ผิดพลาดของ นอยเออร์ ที่ไม่ได้ออกมาตัดลูกเปิดจากมุมธง ก่อนที่ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ จะได้โฉบเข้าไปเก็บตกลูกโหม่งชนคานในจังหวะแรกของ ไรอัน บาเบล แบบโล่งๆ ท่ามกลางแนวรับของทีมเยือนที่ห้อมล้อมอยู่ตรงนั้นถึง 3-4 คน นอกจากนี้จังหวะเกมสวนกลับของ ฮอลแลนด์ ยังสร้างปัญหาให้กับ ทีมแชมป์โลก 4 สมัย ได้อกสั่นขวัญแขวนอยู่เป็นระยะ เมื่อพวกเขารอดพ้นการเสียประตูที่สองแบบต่อเนื่องไปอย่างหวุดหวิด ซึ่งต้องขอบคุณ มัทเธียส กินเทอร์ ที่พุ่งเข้ามาตัดบอลได้เสี้ยววินาทีก่อนที่ บาเบล จะปราดเข้ามาชาร์จลูกเปิดจากด้านข้างของ เดนเซล ดุมฟรีส์ แบบจ่อๆหน้าประตู

ความมั่นใจหดหาย

แม้ โทนี่ โครส จะพยายามปกป้องฟอร์มที่ออกทะเลไปไกลของทีมในนัดนี้ หลัง มิชาเอล บัลลัค ออกมาเปิดฉากโจมตีใส่ผลงานของกุนซือทีมชาติ แต่จากสิ่งที่เกิดขึ้นในสนามมันก็ค่อนข้างชัดเจนว่าพวกเขากำลังเดินสวนทางกับสิ่งที่ใครๆคาดหวัง และ เลิฟ ก็เป็นคนที่ต้องรับผิดชอบกับเรื่องนี้แบบหลีกหนีไม่พ้น เกมเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เป็นผลงานการทำทีมนัดที่ 168 ของเขาในฐานะผจก.ทีมชาติเยอรมัน แต่แน่นอนว่ามันคงเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่เขาคงไม่อยากจดจำ อันที่จริงแล้วปัญหาที่เกิดขึ้นกับเขาอาจเป็นผลกระทบที่ต่อเนื่องมาจากผลงานอันย่ำแย่ของ บาเยิร์น มิวนิค ในเวที บุนเดสลีกา ขณะนี้ ทีมยักษ์ใหญ่หมายเลข 1 ของเมืองเบียร์ กำลังเผชิญหน้ากับความกดดันหลังควานหาชัยชนะไม่เจอเลยใน 4 เกมหลังสุด และในขณะที่ไลน์อัพ 11 คนแรกของ เลิฟ ก็ประกอบไปด้วยผู้เล่นจาก ทีมเสือใต้ ถึง 5 คน

นอยเออร์, บัวเต็ง, มุลเลอร์, มัตส์ ฮุมเมลส์ และ โจชัว คิมมิช ล้วนได้รับโอกาสออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในเกมวันเสาร์ ซึ่งมันก็กลายเป็นประเด็นที่น่าสงสัยว่า พวกเขาเหล่านั้นมีปัญหาเกี่ยวกับความมั่นใจถดถอยที่ติดค้างมาจากต้นสังกัดหรือไม่ และนี่ก็อาจเป็นดาบสองคมของ วงการลูกหนังเยอรมัน ที่พยายามสถาปนา บาเยิร์น ขึ้นมาเป็นสถาบันหลักสำหรับปูทางนักเตะเข้าสู่แคมป์ทีมชาติ และไม่ว่าจะมีปัญหาใดๆนอกเหนือจากนี้แต่ เลิฟ ก็ไม่มีทางเลือกอื่น รวมถึง ขุนพลนักเตะอินทรีเหล็ก ที่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์หลังพิงฝาก็ต้องพยายามหล่อหลอมตนเองขึ้นมาใหม่ และมุ่งมั่นเดินหน้าพร้อมรวบรวมสมาธิไปยังทริปออกไปเยือน ฝรั่งเศส ในคืนวันอังคารนี้ เนื่องจากพวกเขาไม่สามารถตกชั้นจาก เนชั่นส์ ลีก ได้อีกแล้ว หลังจากที่พึ่งก้มหน้าก้มตาเก็บกระเป๋ากลับบ้านจากทัวร์นาเมนต์ใหญ่ที่ รัสเซีย ตั้งแต่หัววัน

เนชั่นลีก

มาติช ส่ออดลงเจอ เชลซี ทีมเก่า

มาติช ส่ออดลงเจอ เชลซี ทีมเก่า

เนมานย่า มาติช กองกลางของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อาจจะไม่มีส่วนร่วมกับทีมในการเดินทางไปเยือนอดีตต้นสังกัด เชลซี ในสุดสัปดาห์นี้ มาติช ต้องถอนตัวออกจากรายชื่อผู้เล่นทีมชาติเซอร์เบีย ในการลงทำศึก ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก นัดที่พบกับ มอนเตเนโกร และ โรมาเนีย หลังจากมีปัญหาอาการบาดเจ็บที่หลัง

มิดฟิลด์วัย 30 ปี ได้รับการรักษาตัวอยู่กับทีมแพทย์ของทีมปีศาจแดงที่ศูนย์ฝึกแคริงตัน ซึ่งตามรายงานข่าวจาก Sky Sports News ดูเหมือนมีแนวโน้มว่าเจ้าตัวอาจจะหมดสิทธิ์ลงช่วยทีมในการไปเยือนถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ อดีตต้นสังกัด มาติช ย้ายมาจาก เชลซี ในปี 2017 เพื่อกลับมาร่วมงานกับ โซเซ่ มูรินโญ่ ที่เคยทำงานร่วมกันกับทีมสิงโตน้ำเงินคราม โดยลงเล่นไปแล้ว 8 นัด ให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลนี้แม้ว่าจะขาดหายไปในการเริ่มต้นของฤดูกาลหลังการผ่าตัดเกี่ยวกับปัญหาภายในช่องท้อง

ขณะนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่ในอันดับที่ 8 ของตารางพรีเมียร์ลีก ก่อนมีโปรแกรมหนักในการเดินทางไปเยือน เชลซี ในเสาร์ ซึ่งในขณะนี้อยู่ในอันดับที่ 2 โดยมีคะแนนเท่ากับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ ลิเวอร์พูล แตกต่างกันในเรื่องของประตู ได้-เสีย โดยหากว่า มาติช ลงสนามไม่ได้กุนซือชาวโปรตุเกสจะเลือก อันเดร์ เอร์เรร่า กองกลางทีมชาติสเปน อันเดรียส เฟร็ด หรือ เปเรร่า ดาวเตะบราซิล หรือไม่ก็จะเป็น สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ ดาวรุ่งสก็อตแลนด์ ลงเล่นร่วมกับ ปอล ป็อกบา และ มารูยาน เฟลไลนี่

เลโน่ เผยขอใช้โอกาส เช็ก บาดเจ็บพิสูจน์ตัวเอง

เลโน่ เผยใช้โอกาส เช็ก บาดเจ็บพิสูจน์ตัวเอง

แบรนด์ เลโน่ ผู้รักษาประตูชาวเยอรมันได้ออกมาสัญญาว่าจะแสดงให้ อูไน เอเมอรี่ ผู้จัดการทีมอาร์เซน่อล ได้เห็นถึงคุณภาพของตนเอง พร้อมกับแสดงความเห็นใจต่อ ปีเตอร์ เช็ก ในด่านรุ่นพี่ที่ได้รับบาดเจ็บ เช็ก ได้รับอาการบาดเจ็บที่บริเวณเอ็นร้อยหวาย ในนัดที่ อาร์เซน่อล เอาชนะ วัตฟอร์ด 2-0 ในช่วงทดเวลาครึ่งแรก และ เลโน่ ได้ลงมาเฝ้าเสาแทนในขณะที่สกอร์ยังคงเป็น 0-0

เลโน่ ได้ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกครั้งแรกหลังจากย้ายมาจาก ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน ด้วยค่าตัว 19.2 ล้านปอนด์ แต่ไม่อาจเข้ามาเป็นมือ 1 ของทีมปืนใหญ่ได้เนื่องจาก เอเมอรี่ ยังคงไว้ใจ เช็ก ในการทำหน้าที่อยู่แต่จากการที่ เช็ก คาดว่าจะต้องพักรักษาตัวประมาณ 2-3 สัปดาห์ จะทำให้ เลโน่ วัย 26 ปีได้รับโอกาสได้ลงทำหน้าที่แทน

“ใช่ มันเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผม แต่ผมไม่ต้องการที่จะบอกว่าผมมีความสุขกับเรื่องที่ เช็ก ได้รับบาดเจ็บ ผมรู้สึกเสียใจกับเขา แต่ตอนนี้ผมมีโอกาสมากขึ้นในการเล่นและผมจะให้ความสนใจกับเกมเหล่านี้ ตอนนี้เขาได้รับบาดเจ็บและเราไม่รู้เหมือนกันว่านานแค่ไหน – ผมมีโอกาสได้เล่นเกมมากขึ้นและจะแสดงให้โค้ชเห็นถึงคุณภาพของผม” เลโน่ ให้สัมภาษณ์กับ Independent โดยในเกมกับ วัตฟอร์ด เลโน่ สามารถป้องกันประตูจาก ทรอย ดีนี่ย์ ก่อนที่ทีมจะมาได้ 2 ประตู ในช่วง 10 นาทีสุดท้ายของเกม

หลังจากต้องใช้เวลา 6 เกม กับ อาร์เซน่อล ก่อนหน้านี้ลงบนม้านั่ง เลโน่ ได้อธิบายถึงความยากลำบากก่อนที่จะได้เปลี่ยนตัวลงสนาม “มันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากเพราะผมนั่งอยู่บนม้านั่งและมันก็อากาศเย็นนิดหน่อย ผมหวังว่าผู้ตัดสินจะเป่าจบครึ่งแรกทันที แต่เขาไม่ทำ ดังนั้น ผมจึงมีเวลาเพียง 1 นาที ผมมีความสุขเมื่อหมดครึ่งเวลา ดังนั้น ผมมี 15 นาทีที่จะอบอุ่นร่างกายและสร้างสมาธิในการเล่นเกม มันเป็นการเก็บคลีนชีทและเราชนะ ดังนั้น มันจึงเป็นวันที่ดีสำหรับผม”

อาชีพในอนาคต รูนี่ย์ เล็งเป็นผู้จัดการทีมตามรอย เจิด

รูนี่ย์ เล็งเป็นผู้จัดการทีมตามรอย เจิด

เวย์น รูนี่ย์ ได้เปิดเผยว่าตนเองต้องการที่จะรับงานผู้จัดการทีมในอนาคตหากว่าถึงเวลาที่เหมาะสมของตัวเองที่จะแขวนสตั๊ด รูนี่ย์ ปัจจุบันอยู่กับสโมสร ดีซี ยูไนเต็ด ในเมเจอร์ลีกซอคเกอร์ของสหรัฐอเมริกา(MLS) หลังจากที่ย้ายจาก เอฟเวอร์ตันมาเมื่อช่วยฤดูร้อนที่ผ่านมา โดยกองหน้าวัย 32 ปี จะมีสัญญากับทีมจากอเมริกาเหนือไปจนถึงปี 2022

เจ้าของสถิตทำประตูได้มากที่สุดตลอดกาลของทั้ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และทีมชาติอังกฤษ กำลังมองไปในอนาคต โดยยืนยันว่าตนเองต้องการที่จะทำตามแนวทางของรุ่นพี่ในทีมสิงโตคำรามทั้ง สตีเว่น เจอร์ราร์ด และ แฟรงค์ แลมพาร์ด

“ฟุตบอลเป็นสิ่งที่ผมรู้ มันเป็นสิ่งที่อยู่กับผมมาทั้งชีวิต ผมคิดว่ามันน่าเสียดายเมื่อคุณเห็นผู้เล่นที่มีอาชีพอย่างผมเมื่อพวกเขาเล่นฟุตบอลตั้งแต่อายุยังน้อยแต่พอพวกเขาเสร็จสิ้นการเล่นอาชีพและพวกเขาก็เดินออกไปจากเกม สตีเว่น เจอร์ราร์ด และ แฟรงก์ แลมพาร์ด เดินเข้าสู่อาชีพผู้จัดการทีมและผมคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมสำหรับทั้ง 2 คน เพราะนั่นคือเวลาที่เหมาะสมสำหรับผู้จัดการทีมอายุน้อยของอังกฤษในการก้าวไปข้างหน้า ผมมั่นใจว่าใน 2 หรือ 3 ปีต่อไป ทีมในพรีเมียร์ลีก จะพยายามที่จะนำตัวพวกเขาไปคุมทีม” รูนี่ย์ บอกกับ เดลี่เมล์ โดย รูนี่ย์ ขณะนี้สามารถทำผลงานได้ดีในการเล่นบนแผ่นดินเมืองลุงแซม หลังจากยิงได้ 4 ประตู กับอีก 6 แอสซิสต์ จาก 13 นัดใน MLS ให้กับ ดีซี ยูไนเต็ด ตั้งแต่การมาถึงอดีตกองหน้าทีมปีศาจแดง